Perfil de chitipoisonmushroomFotosBlogListasMás ![]() | Ayuda |
|
21 agosto เรื่อย ๆเปื่อย ๆเดือนสิงหาบล็อกนี้นับวันมันชักจะไร้สาระลงทุกที ๆแล้วแฮะ
เป็นเพราะว่าไม่ได้เติมอะไรลงไปในบล็อกสักเท่าไหร่
ปล่อยให้มันเงียบ ๆหงึ่ม ๆอยู่อย่างงี้บางทีก็อยากอัพบล็อก
แต่พอจะอัพก็ไม่รู้ว่าจะอัพเรื่องไร...แต่บางทีพอมีเรื่องทีอยากเขียน
คิดไว้เสร็จสรรพแต่ไม่ได้ลงมือเขียน กลับมาอีกทีจะเขียนก็ลืมไปแล้ว
เออบ้าดีเหมือนกัน... เอาไว้ถ้าโอกาสสองอย่ามาประจวบเหมาะกัน
เหมือนสุริยุปราคเมื่อไหร่ มันคงจะมีอะไรดี ๆมาให้อ่านมั่งแหละนะ
รออีกแปดสิบปีป่าววะเนี่ย...กรรม
เดือนนี้ก็ขำ ๆตามปกติผ่านวันเกิดมาอย่างชิล ๆเหมือนทุกปี
ฉลองด้วยการกินข้าวคนเดียว ดูหนังคนเดียว 555 ติสจะตาย
จะมีใครบ้าทำแบบนี้มั่งไหมเนี่ย อยากรู้เหมือนกัน ไปดูหนังก็
ไม่ใช่แนวเล๊ย Rush Hour 3 มาดูลุงแจคกี้ ชาง กะ คริส ทัคเกอร์
ทั้ง ๆที่ ภาค 1 แล้วก็ภาค 2 ก็ไม่ได้เคยดูกะเค้าหรอกนะแต่มันก็ไม่ได้ต่อกันอยุ่แล้วหนิ
เข้าไปดูก็มึน ๆเหมือนกันว่าเฮ้ยแม่ง บ้าป่าววะ ไม่ใช่แนวหนังที่ชอบสักนิด
ตีกันไปตีกันมาแล้วก็จบเนี่ย แต่ก็ไม่มีหนังเรื่องอื่นที่น่าดูเลยตอนนี้ก็เอาวะ
ดู ๆ ไปได้ครึ่งเรื่องเคื่องฉายมีปัญหาอีกโอ้ว...พระเจ้าแม่งกูมาดูหนังซีดีจอยักษ์เหรอเนี่ย
พักโรงไปประมาณ 10 นาที ถึงจะกลับมาฉายได้อีกรอบนึงเออดีจริง ๆ
คิดในใจกูรอเป็นซีดีแล้วเช่ามาดูดีกว่าไหมเนี่ยเหมือนกันเลย....
ไม่เคยดูหนังคนเดียวได้เสียอารมณ์ได้ขนาดนี้เลยให้ตายเหอะ
ปกติถึงแม้จะเป็นมนุษย์ที่เข้าโรงหนังดูหนังคนเดียวเป็นเรื่องปกติ
แต่ก็ไม่เคยรู้สึกเซ็งเหรือเบื่อหรืออะไรนะกลับสนุกดีซะอีกไม่ต้องมาวุ่นวายกะใคร
แต่คราวนี้เนี่ยกรณียกเว้นจริง ๆ...แล้วก็สิ่งที่รุ้เพิ่มอีกอย่างนึงก็คือไอ้ข้าวโพดคั่วโรงหนังเนี่ย
กินคนเดียวไม่อร่อยเลยจริง ๆ ปกติถ้าจะตกเป็นเหยื่อดูหนังหลายคนก็จะเป็นไอ้ไบท์ ไอ้แนน
ที่มาหิ้วไปดูหนัง แล้วซื้อข้าวโพดเข้าไปกินก็ว่ามันก็ดีเหมือนกันนี่นาแต่ซื้อกินเองเนี่ยไม่มีคนแย่งกิน
ไม่เหอะๆๆ คราวหน้าถ้ามาคนเดียวไม่ซื้อกินและ...เปลี่ยนเป็นพกส้มตำเข้าไปกินคงอร่อยกว่า [ถ้าเค้าให้เอาเข้า]
ก็นั่นแหละนะช่างมันเหอะผ่าน ๆๆๆๆ
รออัพบล็อกคราวหน้าละกัน ชาตินี้แน่แต่เมื่อไหร่ไม่รู้
01 agosto สิ่งที่ไม่เคยบอก โมเดิร์นด็อกบางครั้ง อาจยัง ไม่รู้เนิ่นนาน ที่ยังคงอยู่ เพลงนี้เป็นเพลงที่เพราะมากที่สุดในความรู้สึกนะตั้งแต่ฟังมา ไม่เชื่อลองนับดู 30 julio เวลาแห่งการจดจำ
จักรยานคันเก่าแล่นผ่านเส้นทางเดิม ๆ ที่คุ้นเคยฝ่าความมืดสลัวแห่งราตรีกาลที่มีเพียงแสงนีออนจากเสาไฟเป็นเครื่องส่องนำทางขาปั่นบันไดถีบอย่างแช่มช้าราวกับไม่อยากให้ถึงปลายทาง ใช่สิทำไมถึงจะอยากให้ไปถึงล่ะในเมื่อ... 11 junio อาจารย์รวิทัตครับขอยืมหน่อยนะครับหลังจากไม่ได้เขียนบล็อกมานาน และหลังจากนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเขียนอีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
แต่พอดีไปเจอข้อความที่น่าสนใจ ของอาจารย์รวิทัต ที่แกไปเอาของเพื่อนแกมาอีกที
อ่านแล้วรู้สึกชอบมาก ๆเหมือนกันก็เลย Quote มาลงไว้ในบล็อกตัวเองซะงั้น
" ในหลาย ๆ ครั้ง ผมมักจะทำอะไรไม่เข้าท่าเข้าทางอยู่เสมอ
พูดไม่ดีบ้างล่ะ ถามคำถามที่ไม่ควรถามบ้างล่ะ แสดงออกไม่ ถูกกาละเทศะบ้างล่ะ
โดยเฉพาะกับคนใกล้ตัว - คนที่ผมห่วงความรู้สึก เหมือนกับบางที ยิ่งห่วงความรู้สึกเขามาก ก็ยิ่งอยากรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่
และนั่นกลับยิ่งทำให้อะไร ๆ มันแย่ลง
ห่วงให้น้อยกว่านี้ ห่างให้มากกว่านี้ - เขามีโลกส่วนตัวของเขา ที่ถ้าเราไม่เข้าใจ ก็ไม่ควรจะเข้าไปให้เขาไม่สบายใจ
ห่าง แต่อย่าหายไปเลย....." แต่ถ้าเป็นไปได้ผมไม่ได้อยากเป็นเหมือนข้อความนี้หรอกนะ สำหรับตัวผมแล้ว
สิ่งที่ผิดพลาดไปอาจเป็นเพราะยังไม่เข้าใจในสิ่งนั้นดีพอ แต่ผมก็ยังคอยและหวังว่า
สักวันผมจะได้รับโอกาสให้ผมได้แก้ตัวอีกสักครั้ง........แต่ผมก็ไม่รู้หรอกว่าผมจะได้รับโอกาส
นั้นอีกไหม แต่ผมก็ยังจะรอด้วยความรู้สึกที่เหมือนเดิม และยังจะยืนยันความรู้สึกนี้ต่อไป
พี่รักแกรมนะถึงแม้ว่าจะได้เจอกันน้อยลงคุยกันน้อยลงหรือแทบไม่ได้คุยเลยแต่แค่เห็นแกรมยิ้มแกรมหัวเราะมีความสุขพี่ก็มีความสุขแล้ว
แกรมบอกว่าคนสุดท้ายที่อยู่กับตัวเองคือตัวเอง แต่พี่จะอยู่ข้างแกรมตลอดไปถึงแม้จะเป็นระยะไกลหรือใกล้ก็ตาม หากรู้สึกว่าไม่มีใครพี่ยัง
รอแกรมอยู่ที่เดิมตลอดเวลาเหมือนกับที่พี่เคยทำ รอแม้ไม่รู้ว่าแกรมจะหันมาสนใจมันอีกไหม พี่ก็จะรอ
14 febrero วาเลนไทน์ อีกแล้วอ่านที่พิมพ์เรื่องวาเลนไทน์ปีที่แล้วพอเอามาเทียบกับปีนี้รู้สึกว่า
ถึงแม้ปีที่แล้วมันจะดูเงียบเหงา ไม่ต่างไปจากปีนี้แต่ในความรู้สึก
แล้วมันก็ยังเป็นวันที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ และยังมีพลังที่
อยากจะทำอะไรก็ทำ แต่ปีนี้ดูเหมือนพลังชีวิตมันเหือดหายไป
เนือย ๆเบื่อ ๆ ถึงแม้จะได้ทำอะไรมากกว่าปีที่แล้วก็เถอะ แต่กลับ
รู้สึกว่าหัวใจมันไม่ได้เต้นอีกต่อไป ทุกอย่างดูนิ่งในบรรดาความ
เคลื่อนไหวรายรอบ หายใจอย่างเหนื่อย ๆไปกับทุก ๆวินาทีชีวิต
ที่กำลังก้าวย่างไป ณ ตอนนี้สิ่งที่รู้สึกอยู่อย่างเดียวก็คือ อยากจะ
รีบ ๆเรียนให้มันจบ ๆสักทีทีสิส ขวากหนามสุดท้ายที่จะต้องฝ่าไป
ให้ได้ เพื่อจะได้ออกไปสูดอากาศภายนอกสักที หลังจากที่ได้แต่
มองเพื่อน ๆคนอื่นได้มีชีวิตแยกย้ายกันทำในสิ่งต่าง ๆตามที่ได้วาด
หวังกันไว้ แต่มองตัวเราเรายังไม่มีอะไรอยู่ในมือเลยแม้แต่นิดเดียว
แต่ปีนี้อย่างน้อยก็ยังได้ทำบางอย่างที่อยากทำถึงแม้มันอาจไม่มีค่า
อะไรเลยก็ตามแต่ ก็ยังดีกว่ามานั่งเสียใจว่าทำไมเราถึงไม่ทำ
เมื่อเวลามันผ่านมาแล้ว ได้ทำยังดีกว่าไม่ด้ทำอะไรเลยไม่ว่า
ผลมันจะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม ..........................
อีกอย่างนึงปีนี้ ได้บริจาคเลือดหลังจากที่เว้นไปปีนึง ไม่รู้ว่า
ปลายทางของเลือดถุงนั้นจะไปอยู่ที่ใคร แต่ก็ขอมันสามารถช่วย
ชีวิตของคนคนนั้นให้ผ่านพ้นเวลาเลวร้ายในชีวิต และดำเนินชีวิต
ได้อย่างปกติสุขต่อไป อ่อมีเรื่องน่าตกใจอีกอย่างนึงก็คือตอนวัด
ความดันก่อนทีจะบริจาคเลือด ความดันขึ้นไปที่ 140/90แน่ะ
หมอบอกว่าความดันสูง ผิดปกติแต่หมอก็บอกว่าอาจไม่ใช่ความดัน
ที่แท้จริงก็ได้ เพราะว่าเราขี่จักรยานมาอาจทำให้ความดันขึ้นได้
ยังไม่ทันแก่เลยถ้าเป็นโรคความดันโลหิตสูงละก็แย่แน่ ๆเลย
วันไหนว่าง ๆอาจต้องหาโอกาสไปตรวจอีกสักที
ตอนบ่ายก็กลับบ้านไม่มีอะไรพิเศษ ผ่านไปแล้วอีกหนึงวัน
อันแสนธรรมดา และแล้ววันวาเลนไทน์ก็ผ่านพ้นไปอีกหนึ่งปี
จนถึงวันนี้พี่ยังยืนยันความรู้สึกของพี่นะว่าพี่ยังรักแกรมอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงถึงแม้จะต้องรออย่างไม่รู้ปลายทางก็ตามหรืออาจรู้แต่ไม่ยอมรับก็ได้ และก็จะรอต่อไป
มีความสุขกับทุก ๆวันนะ
06 febrero นเรศวรมหาราชด้วยคนหนังเรื่องนี้
เป็นบ้าอะไรครับ
เหมาโรงหนังฉายหนังเรื่องเดียวเนี่ย
12 โรงเมเจอร์ล่อเหมาฉายเรียบเหลือไว้โรงนึง
กลัวไม่มีใครดูหรือไง
01 enero ปีใหม่จริง ๆแล้วใช่ไหมปีใหม่จริง ๆแล้วสินะเนี่ย รู้สึกโหว๋ง ๆไงก็ไม่รู้แฮะ
แปลก ๆ กับปีใหม่ปีนี้จัง ทำไมไม่ได้รู้สึกมีอารมณ์ร่วม
สนุกสนานไปพร้อม ๆกับเทศกาลเลย กลับกลายเป็น
ความรู้สึกเงียบ ๆเหงา ๆซะมากกว่า ไม่อยากทำอะไร
เหมือนเดิม สงสัยผีขี้เกียจเข้าสิงจนไล่ไม่ไปซะแล้วมั้ง
มองอะไรมันก็น่าเบื่อไปซะหมดเลย
แต่อย่างน้อยปีนี้ตอนแรกก็นึกว่าจะไม่ได้ไปไหนแล้ว
แต่เพื่อนบรรดาศักดิ์ก็ลากไปเที่ยวก่อนปีใหม่จนได้
คุณนายทหาร โทรมานัดเพื่อน ๆไปกินข้าวกัน แต่ไม่รู้จะไปไหน
รวบรวมผู้เหลือรอดอยู่กรุงเทพได้ 4 หน่อ อ๋า อ๊อด โหน่ง ติ
ไปกินข้าวกันที่สยาม ลากไปกินไอติมที่พารากอน และตบท้ายไปถ่ายรูป
ที่ Central World ก็ดีเหมือนกันอย่างน้อยก็ยังมีอะไรทำ ดีกว่านอนอยู่บ้าน
ผลาญเวลาวันที่ 30 ธันวาคมไปได้ 1 วัน
วันที่ 31 ก็กินนอนอยู่บ้านไม่ได้ไปไหนตกเย็นก็มีพรายกระซิบว่าอย่าออกไปไหน
เขาวางระเบิดกันอยู่ในกรุงเทพ ตอนแรกข่าวว่าซะ 8 จุด ไป ๆมา เหลือ 4 จุด
ทำให้ปีนี้เคาท์ดาวน์เซ็นทรัลเวิล์ดเน่าไปเลย ยังดีที่ไปถ่ายรูปมาตั้งกะเมื่อวาน
ไม่งั้นคงมีอะไรให้ระทึกรับปีใหม่ พอรู้ข่าวก็เลยลองโทรไปหาคนที่เป็นห่วง
กลัวว่าจะไปที่ไหนหรือเปล่า สรุปว่าไม่ได้ไปไหน ก็ยังสบายใจได้บ้าง
และแล้วก็จบไปอีกวันนึง ไม่มีอะไรพิเศษกว่านี้
วันที่ 1 ก็วันที่มานั่งพิมพ์บล็อกเนี่ย ก็ไม่ได้ต่างจากเมื่อวาน ไม่ได้ทำอะไร
นั่ง ๆนอน ตอนเช้าพ่อปลุกไปใส่บาตรปีใหม่ที่สวนหลวงร. 9 แต่ไม่ไปขี้เกียจลุก
สรุปก็ไปกันแค่ พระบิดา พระมารดา และพระขนิษฐา ยุรยาทไปใส่บาตรกัน
ตอนไหนก็ไม่รู้แต่รู้ว่าสาย ตื่นลงมาได้ยินแว่ว ๆว่า เขายกเลิกงานใส่บาตรที่ สวนหลวง
แอบหัวเราะในใจ เหอะ ๆๆ ตอน 11 โมงมั้งสายตรงจากเมกา นางสาวแอ้ม โทรมา
แฮปปี้นิวเยียร์ คุยกันเรื่อยเปื่อย แอ้มก็ไปตามล่าโทรหาคนอื่นต่อ ลงมาข้างล่าง
อ่าวน้ามา แต่ไม่ได้ไปคุยอะไรกะเค้าหรอก เดินสะบัดตูดแพรดไปหลังบ้านกินข้าว
เข้ามาอีกทีเขาก็เข้าไปบ้านยายกันหมด กลับขึ้นไปนอนต่อ ลงมา สายรายงานว่า
ยายบ่นถึงว่าหายไปไม่ไปหา แต่ก็นะ ไม่อยากเอาหน้าเนือย ๆเข้าไปให้เห็น ก็เลย
ไม่ได้เข้าไป กะว่าจะพยายามปั้นหน้ามีความสุขไปหาวันพรุ่งนี้ ( วันที่ 2 )
แต่ก็ไม่แน่ใจ แล้วแต่อารมณ์ เฮ้อ ไม่รู้อะไรกันนักหนาเนาะ น่าเบื่อจังชีวิตช่วงนี้
กินแล้วนอน นอนแล้วกิน น้ำหนักลงไปตั้ง 5 โลก่อนหน้านี้สงสัยขึ้นมาเท่าเดิมอีกแน่ ๆ
เนี่ยแหละหมดแล้ววันปีใหม่อันมีค่าของหลาย ๆคน ชิติใช้อย่างนี้แหละ
จบแล้วเขียนเหมือนไม่อยากจะเขียนเท่าไหร่แต่ก็เอาเหอะ
สวัสดีปีใหม่ทุกคนละกัน มีความสุขแทนกันด้วยละกัน โชคดีปีใหม่ ๆ
26 diciembre สวัสดีปีใหม่ก็สวัสดีปีใหม่ละกันสำหรับคนที่เข้ามาอ่าน
ปีหน้าที่จะถึงนี้ก็ขอให้มีความสุขสมหวังกัน
ทั่วหน้านะ คิดอะไรก็ขอให้ได้ดังที่ต้องการ
**จบข่าว**
ส่วนฉันยังคงยืนยันความรู้สึกที่มีแล้วจะยังมั่นคงตลอดไป
พี่รักแกรมนะ
23 noviembre พล่ามต่อกะว่าจะเขียนต่อแต่พอทิ้งไประยะนึงก็เนือยที่เขียน ชีวิตมันก็บ้า ๆบอ ๆดีแท้ ๆเนาะ
ช่วงนี้ก็เบื่อ ๆหันไปทางซ้าย็เจอคนเบื่อ ๆ หันไปทางขวาก็เจอคนเบื่อ ๆ มันก็แปลก
ไม่รู้ว่าเป็นเหตุเพราะฤดูที่เปลี่ยนมันจะส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของคน หรือเปล่า
ถึงทำให้ไม่ว่าใครตอใครพากันเหนื่อยหน่ายกันไปหมด แต่จะว่าไปจะโทษฤดูก็ออกจะ
น่าสงสารแพะไปหน่อยก็เพราะว่า หน้าหนาวเขาบอกว่าทำให้คนเหงา แต่นี่ออกจะเป็น
หน้าหนาวที่ชวนให้เหงื่อตกจะตาย เดินไปไหนก็เหงื่อหยดติ๋ง ๆแดดจ้าร้อนจี๋ออกขนาดนี้
นี่ปาเข้าไปจะธันวาอยู่แล้วยังไม่ได้มีความีรู้สึกว่าหนาว หรือรู้สึกเย็นกับเขาบ้างเลย นี่ว่า
ดีนะที่ไม่ได้เห่อซื้อเสื้อกันหนาวรับลมหนาวกับเขา ถ้าขืนซื้อมาเนี่ยก็แค่ติดซิปให้แน่น
แล้วเอาตะไคร้ ข่า ขมิ้น ใส่เข้าไปในเสื้อก็จะได้ตู้อบสมุนไพรขนาดพกพา แถมไม่ต้อง
ใช้ไฟฟ้าให้เปลืองน้ำมันอีกต่างหาก... ใครสนใจก็ลองทำดูก็ได้นะไม่หวงหุ ๆ แต่อย่าเผลอ
เอาตะไคร้ใส่ปากเข้าหล่ะเดี๋ยวเขาจะหาว่าเป็นปลาช่อนอบเกลือไม่รู้ด้วย
มีเรื่องที่อยากจะเขียนอยู่อีกเรื่องนึงแต่ก็จะแล้วจะอีกก็ไม่ได้เขียนสักที ถึงตอนนี้ก็คงจะยัง
ไม่ได้เขียนอยู่เหมือนเดิมเอาไว้รอให้อารมณ์ครึ้ม ๆได้ที่ซะก่อน จะเขียนลงส้วมเล็กแล้วจะ
สูบส่งมาที่ส้วมออนไลน์ ให้อ่านกัน หวังว่าคงจะได้ฤกษ์ในอีกไม่ช้า
15 noviembre พล่าม นั่ง ๆอ่านบล็อกของตัวเองอยู่ก็เกิดคำถามขึ้นมากับตัวเองว่าทำไมน้อถึงไม่เคยเขียนเรื่องสนุก ๆ
อะไรลงมาในบล็อกเลย มีแต่อะไรก็ไม่รู้ อ่านแต่ละทีคนอ่านก็ได้แต่นั่งขมวดคิ้วว่าไอ้เจ้าของบล็อก
มันเป็นบ้าอะไร เขียนอะไรไม่รู้เรื่องเลย...
ก็ไม่รู้เหมือนกันแฮะว่าทำไมถึงไม่ค่อยเขียนเรื่องสนุก ๆในชีวิตเอามาลงมั่ง แม้กระทั่งในไดอารี่
ที่นาน ๆเขียนทีก็มีแต่เรื่องปวดหัวปวดใจปวดท้องจนกระทั่งปวดขี้ หมักอยู่ในนั้นเต็มเล่ม เหมือนไดอารี่
เป็นส้วมฉบับกระเป๋าส่วนบล็อกนี่ก็เป็นส้วมออนไลน์ ถามว่าเรื่องดี ๆไม่มีผ่านเข้ามาในชีวิตเลยเหรอ
ก็ตอบได้เลยว่าไม่ใช่ เรื่องดี ๆในชีวิตผ่านเข้าบ่อยแหละ แต่ พอเวลาจะจดปากกาหรือเอามาพิมพ์ลงบล็อก
มันก็เลือนหายจากความรู้สึกเอาซะเฉยไม่ใช่ว่าลืม ไม่ใช่ว่าไม่ใส่ใจ แต่มันไม่รู้จะอธิบายมันออกมายังไง
เล่าไม่ออก แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เบื่อ ๆหรือไม่สบายใจเนี่ยมันก็มักจะพรั่งพรูออกมาเป็นสาย ทำตัวเหมือนคนเก็บกด
อะไรสักอย่างนึงเลยแปลกคน ถามว่าเรื่องกลุ้มเรื่องแย่เนี่ยใหญ่ไหม ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนักถ้าเทียบ
กับชีวิตคนอีกตั้งไม่รู้เท่าไหร่ที่ เขามีความทุกข์มากว่า ถ้าพูดเรื่องความทุกข์ละก็ ความทุกข์ของคนแต่ละคน
ก็ไม่เหมือนกันหรอก เรื่องบางเรื่องที่เรามองว่าใหญ่ คนอื่นอาจมองว่าเล็ก เรื่องที่เรามองว่าเป็นเรื่องเล็ก
คนอื่นอาจ มองว่าเป็นปัญหาใหญ่ก็ได้ มุมมองของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน วิธีแก้ไขปัญหาของแต่ละคน
ก็ไม่เหมือนกันบางทีการที่เราเอาตัวเองไปตัดสินปัญหาของคนอื่น เอาแนวความคิดเราไปใส่หัวคนอื่น มันก็ไม่ใช่สิ่งดี
เพราะแต่ละคนก็มีปัจจัยชีวิตที่ทำให้คิดแตกต่างกันและเลือกวิธีปฏิบัติที่แตกต่างกัน ไม่มีใครจะทำตามเราได้ทั้งหมดหรอก
เพราะฉะนั้นอย่าเอาตัวเองไปตัดสินใครเพราะมันไม่มีประโยชน์อะไร เป็นสิ่งที่ต้องคอยเตือนตัวเองเอาไว้เสมอ
บางครั้งอยากที่จะทำให้คนที่เรารักสบายใจ ด้วยการคิดอะไรแบบที่เราคิด แต่ผลที่ได้กลับแย่ลงไปกว่าเดิม
เพราะฉะนั้นเวลาที่จะให้คำปรึกษาใคร หรืออยากทำให้ใครสบายใจ ก็ต้องดูทิศทางลมกับอาการแวดล้อมซะก่อน
นี่เป็นสิ่งที่เพิ่งคิดได้ตอนที่คนที่เราแคร์ไม่ได้อยู่กับเราแล้ว
เขียนอะไรหัวแตกอีกแล้วเขียนแล้วก็หลงประเด็นเองแฮะ ยังไม่จบนะ แล้วจะมาต่อทีหลัง 11 noviembre เห็ดพิษบนคบผุเห็ดพิษพิษเห็ดร้าย คนชัง
คบผุผุไร้ค่าดัง ขยะด้อย
เห็ดพิษขึ้นคบผุพลัน ผุดงอก งามเฮย
คบผุผุสลายเห็ดย่อย คืนค่าสูดิน ชีวิตใบไม้ผลิงดงาม
แย้มยิ้มวะวับสะท้อนแดดอุ่น
ชีวิตใหม่เริ่มต้นอีกครา
ใบไม้เขียวสะพรั่ง
แผ่กว้างกางใบหยัดยืน
กร้านแดดสู้ลมฝน
ใบไม้แห้งงดงาม
ลมพัดปลิดปลิวละลิ่วลอย
ตกพื้นไร้คนจดจำ
มองลมพัดใบไม้ปลิว
เห็นความสงบนิ่งที่เคลื่อนไหว
ใจสั่นไหวพรั่นพรึง
07 noviembre คำอธิษฐานรัตติกาลแห่งรติกาล
ลมหนาวจุมพิตเงาสว่างแห่งจันทรา
ทอดสะท้อนกลางสายน้ำกว้าง
กระทงน้อยออกสู่ชล
ขอให้เจ้าจงลอยไปแสนไกล
พร้อมคำอธิฐานในใจข้า
วะวับแสงเรื่อเรืองแห่งคำอธิษฐาน
เจ้าจะลอยไป
ณ ปลายทางแห่งความฝัน
หลับตาลงคืนนี้
ข้าคงฝันดี
ความปรารถนาข้าคงเป็นจริง...
แดดเช้าทอแสงระยับ
น้ำกระเพื่อมไหวล้อแสงอรุณ
กระทงน้อยลอยถึงตลิ่งแห่งความฝัน
บ่ายคล้อยแสงแรง
กระชอนตะแกรงกราดกวาด
หยากเยื่อแห่คำอธิฐานนับพัน
คำอธิษฐานข้าไปสู่ปลายทางแล้ว 02 noviembre เหมันต์อีกคราลมหนาว : ที ฟอร์ ทรี
ผ่านลมหนาว จะกี่คราวก็ยังเหมือนเดิม
ไม่มีใครให้ใจอุ่น อยากจะหา คนที่ทำให้ใจสมดุลย์ แต่ไม่เคยสมหวังสักที ใกล้หน้าหนาวทุกครั้ง ไม่มีคนคอยคิดถึง อยากมีใครให้รักให้ซึ้ง เหมือนคนอื่นเขา ใกล้หน้าหนาวทุกครั้ง คล้ายฤดูกาลยิ่งเหงา ต้องทนหนาวกับใจที่เหงา คนเดียวอย่างเดิม ลมหนาวมาเมื่อใด ใจฉันคงยิ่งเหงา คืนวันที่มันเหน็บหนาว ไม่รู้จะทนได้นานเท่าไร ลมหนาวมาเมื่อใด กลัวฉันกลัวขาดใจ เพราะหัวใจ ที่มันอ่อนไหว ไม่เคยได้รักจากใคร เสียที 01 noviembre สิ่งที่ฉันไม่เคยคิดจงเชื่อในพรหมลิขิต ไปลอกเขามาแต่จำไม่ได้แล้วว่าไปเอามาจากไหน 18 octubre ไม่รู้จะเขียนอะไรใคร ๆเข้ามาก็คงจะว่างเปล่าเพราะว่ากลายเป็นบล็อกร้าง
บางทีก็นึก ๆว่าจะเขียนอะไรดี แต่ไม่รู้ทำไมมันกลับเขียนไม่ออก
เหมือนสมองมันว่างเปล่าปราศจากความคิดคำนึงใด ๆ
บางครั้งก็อยากระบายอะไรหลาย ๆอย่างออกมาผ่านทางนี้
แต่ว่านึกดูอีกทีเรื่องบางเรื่องมันก็คงไม่เหมาะนักถ้าจะพูดไป
เวลามีปัญหา บางครังกลับรู้สึกว่า หันไปทางไหนก็เหลือแต่ตัวเอง
ไม่แม้จะมีใครที่เป็นที่ปรึกษาได้ หรือบางครังก็รู้สึกไม่สนิทใจนักที่จะปรึกษา
อย่าหาว่าไม่ไว้ใจเพื่อนเลยนะเพื่อนยังเป็นเพื่อนที่ดีเสมอ
แต่ว่าบางทีมันคงเป็นสันดานของเราเองที่มักจะไม่ค่อยปรึกษาใคร
กลัวโน่นกลัวนี่กลัวว่า จะรำคาญไหม กลัวว่าจะไปทำให้เขาเครียดด้วยหรือเปล่า
สุดท้ายมันก็เก็บอยู่กับตัวเองและกดไว้กับตัวเอง
บางทีก็เหมือนเจอจุดหมายปลายทางที่คิดว่าคงเป็นที่พักให้กับเราได้
แต่จุดหมายปลายทางที่มองเห็นมันก็กลับเลือนรางแล้วก็หายวับไป
ชีวิตมันจะเป็นอย่างนี้อีกนานแค่ไหนไม่รู้
ไม่มีเป้าหมายใด ๆที่ชัดเจนเลยสักอย่าง
ไม่รู้ว่าชีวิตจะเดินไปทางไหนดี
สิ่งที่เหนี่ยวรั้งตัวตนเอาไว้แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นเพียงข้ออ้างของชีวิตหรือเปล่า
ก็คือการเรียนที่กำลังเดินทางมาถึงครึ่งทาง อีกเพียงครึ่งทางก็กำลังจะหมดลง
แล้วชีวิตก็จะต้องกลับเข้าสู่กระแสหลักอีกครั้ง
คนเรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ดาวตกสว่างวาบแล้วเลือนลับหาย
ชีวิตก็คงเช่นกัน สว่างวาบแล้วเลือนลับหาย
ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเร่งตัวเองให้สว่างมากที่สุดได้แค่ไหนก็เท่านั้น
14 febrero วาเลนไทน์ อัพซะหน่อยเดี๋ยวโดนด่าไม่ได้อัพเวบบอร์ดมานานชาติเศษตั้งแต่สอบกลางภาคจนกระทั่ง
นี่จะสอบปลายภาคแล้ว กลับมาอ่านอีกทีมีคนมาแช่งชักหักกระดูกเพียบเลย 555
แปลกเหมือนกันตั้งแต่ลาออกจากงานมาเดือนนึงแล้ว ความรู้สึกว่าอยากเขียนเรื่อง
แบบเมื่อก่อนมันก็หายไปแบทบเรียกได้ว่า ไม่มีอยู่ในหัวอีกเลย แบบนี้จะเรียได้ไหมว่า
ไอ้สิ่งที่เขียน ๆมาเนี่ยเป็นความอัดอั้นตันใจที่เกิดมาจากการทำงาน.......อะไรจะขนาดนั้นเนี่ย
ไหน ๆก็วาเลนไทน์ แล้วก็เอาวะอัพซะหน่อยละกันวาเลนไทน์นี้นางบาปจบพอดีเลย 555 เกี่ยวกันไหมเนี่ย
ปีนี้เป็นวาเลนไทน์ที่จืดชืดเหมือนทุกปี แต่ดูเหมือนจะชืดกว่าทุกปี เพราะเป็นวาเลนไทน์ที่อยู่บ้านทั้งวัน
ไม่ได้ทำอะไรเลยตื่นมาก็ 9 โมง แล้วไม่รู้จะทำไรก็เดินไปเด็ดมะละกอดิบ กับตัดกล้วยหลังบ้าน ( ชีวิตเหมือนชาวสวนไหม )
เอาผ้าที่ซ่อนพ่อไว้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนมาซัก ( ถ้าไม่ซ่อนไว้พ่อจะเก็บซักหมด ) ซักเช้านะ แต่ กว่าจะได้ตากก็เกือบ 3 โมง
เพราะมัวแต่ไปทำโน่นทำนี่อยู่ ( ดูเหมือนยุ่งนะ แต่ที่ทำหน่ะ ดูผู้หญิงถึงผู้หญิง... แล้วก็เฉาะมะละกอ ตอนเที่ยงตำส้มตำกินตำเองนะจะบอกให้ 555 ) กินข้าเที่ยงเสร็จสรรพ ก็ดูทีวี เล่นเกม จน หมดครึ่งวันบ่าย 5 โมงเย็นก็หุงข้าว แล้วก็เลี้ยงหมา....เนี่ยจบแล้ววันนึง
เนี่ยแหละ ชีวิตในหนึ่งวันวาเลนไทน์ของผมโรแมนติกไหม...
ใครอ่านคงมีคำถามเหมือนกันหล่ะมั้งว่า นี่หรือชีวิตเด็กที่จบปริญาตรี
ก็ขอตอบตรง ๆว่านี่แหละชีวิตเด็กปริญญาตรีของแท้เลยแหละ แต่อย่าเพิ่งถามอะไรต่อนะ
เพราะมันคงไม่เป็นแบบนี้ไปตลอดแน่แต่ตอนนี้ขอทำตัวแบบนี้ไปซักพักนะ เฮ้อ...
ขณะที่กำลังพิมพ์บล็อกอยู่นี่ก็มีเสียงโวยวายมาจากหลังบ้าน พ่อกำลังปอกมะละกออยู่แล้วไปเจอมะละกอในมะละกอ
เลยเดินเอามาอวดทั่วบ้านเลย เฮ้อ ดีนะบ้านนี้ไม่มีใครเล่นหวยไม่งั้นมีคนเอาไปตีเลขแน่เลย
สำหรับคนอื่น ๆนะ ขอให้มีความสุขในวันวาเลนไทน์นะครับ
แล้วก็ขอโทษทีที่เขียนเรื่องบ้า ๆบอ ๆอะไรก็ไม่รู้ นะ แล้วจะพยายามอัพนะครับ
ปล 1 . ไบท์ขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้ไปดูทีสิส
ปล 2 . คิดถึงทุก ๆ คนนะ แต่ไม่แสดงออก 555
26 diciembre การสอบที่ที่ผ่านไปในที่สุดก็ผ่านพ้นช่วงเวลาอันแสนทุกข์ทรมานไปได้ เป็นช่วงเวลาที่สุดแสนทรมาน ( 2 วัน ) ช่วงนึงในชีวิต อากาศก็แสนเย็น ที่นอนอันแสนอบอุ่น และ ก้างขวางคอตัวร้าย ...การสอบ มันจะมีอะไรทรมานจิตใจไปกว่านี้อีก ช่วงก่อนสอบเป็นการต่อสู้ที่รุนแรงและเชือดเฉือนกันระหว่าง ความนึกคิดฝ่ายคุณธรรม...จิตใจฝ่ายดีที่มุ่งมั่นกับการศึกษายิ่งชีพ และความคิดฝ่ายชั่ว...ที่อุดมไปด้วยความเกียจคร้าน การต่อสู้และห้ำหันเข้าขั้นรุนแรงความคิดฝ่ายดีกระตุ้น พากเพียรขยันอ่านหนังสือ มุ่งมั่นเพื่ออนาคต ในขณะที่จิตใจฝ่ายชั่วร้าย อาศัยชัยภูมิ ( ห้องนอน )ที่ได้เปรียบพยายามดึงเปลือกตาให้รู้สึกง่วงงุน และมึนงง และพยายามโน้มตัวให้นอน แต่แล้วจิตใจฝ่ายดีก็เร่งพลังกระชากตัว ขึ้นมาจากที่นอนและนั่งอ่านหนังสือ แต่ดึงตัวขึ้นมาได้ไม่นาน จิตฝ่ายชั่วก็เริ่มกระซิบกระซาบและขับกล่อมอีกครั้งจนท้ายที่สุดมันก็ชนะไป เหอะๆๆๆ เป็นอย่างนี้จนกระทั่งวันสอบ แล้วก็ลองคิดดูเหอะว่าจะเอาอะไรไปสอบ นอกจากองขี้เลื่อยกองโต.............สอบกลางภาคเทอมนี้ท่าทางจะปิ๋วแน่ ๆเลยเฮ้อ ขอบคุณพี่เพื่อน ๆทุคนคนนะครับที่ช่วยกันยัดควมรู้ให้ผมตอนติว อย่างน้อยก็ช่วยผมได้เยอะเลยครับ ขอบคุณครับ ตอนแรกจะเขียนเป็นเรื่องสั้นเลยแต่พอเขียนไปเขียมาเริ่มเปลี่ยนใจเพราะมันยาวเกินเดี๋ยวไม่มีคนอ่าน 555 16 diciembre ไปดูบล็อกชาวบ้านมาไปตะลอนดูบล็อกคนอื่นมา ทำไมบล็อกเขาสวย ๆทั้งนั้นเลยหว่า กลับมาดูบล็อกตัวเอง เงียบเชียบผีหลอก และจืดสนิทเลยเหอะๆๆๆ รูปก็ไม่ได้เอาไปอัพเพิ่ม เรื่องก็ไม่ได้เขียนเพิ่ม อืม ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ใช่ว่าจะไม่มีเวลา อยู่หน้าคอมทุกวัน ๆไม่ยอมทำสักที ที่กะว่าจะใส่เพลง ก้ยังไม่ได้ใส่ เหอะๆๆๆๆ สำหรับแฟน ๆที่สาปแช่งอยู่นะครับ อย่างน้อยก็เปลี่ยน Theme ใหม่แล้วนะ เหอะๆๆๆ ตอนเลือก theme ก็เหลือบไปเห็น Theme ที่มีชื่อน่ารักเก๋ไก๋ว่า Gold Flower Girl ฟังจากชื่อแล้วเนี่ย จะมีคนไทยกล้าใช้ไหมหนอเหอๆๆๆ แต่พอดูจากรูปมันก็ เป็นรูปผู้หญิงกะดอกไม้สีทองจริง นี่นา 555 ไอ้คนทำหน่ะเป็นฝรั่งมันคงไม่ได้มีความหมายนัยประวัติแบบคนไทยหรอก มีแต่คนไทยเนี่ยแหละที่ คิดมาก หรือกระผมคนเดียวหว่าเนี่ย 555 ผมสัญญาว่าผมจะอัพบล็อกเร็ว ๆนี้ครับ............................. ใกล้สอบอีกแล้วหนังสือหนังหาก็ยังไม่ได้อ่านเลย เหอะๆๆๆ เทอมนี้ยิ่งเรียนไม่รู้เรื่องอยุ่ จาไปรอดกะเขาไหมเนี่ย เฮ้อ อากาศก็เย็นลง ๆ อากาศแบบนี้ แค่เห็นที่นอนก็ตาปรือแล้ว ต้องอ่านหนังสืออีก ปีนี้นอนให้หนังสืออ่านตลอดเลยเหอๆๆๆแย่ ๆ แต่ชีวิตยังต้องเดินต่อไปนะ 555 อยากเขียนอะไรให้มันเป็นเรื่องเป็นราวกว่านี้จังแต่พอเขียนไปเขียนไป มันก็กลายเป็นเรื่อง เลเพลาดพาด ( ไม่ได้เรื่องได้ราว ) ทุกที เอาแค่เนี้ยแหละ เดี๋ยวจะหาว่าไม่อัพบล็อก 28 noviembre เพิ่งสังเกตว่า....ตั้งแต่เขียนบล็อกมาก็เพิ่งสังเกตว่า ทำไมบล็อกตัวเองมันไม่มีเรื่องดี ๆ หรือเรื่อง ที่มันน่ารื่นรมย์มั่งเลยหว่าเนี่ย อัพกี่ทีก็ เป็นเรื่องเดิม ๆรื่องเศร้า ๆ เรื่องเหงา ๆและอีกสารพัด ชีวิตนี้ก็ใช่ว่าจะเจอแต่อะไรอย่างนี้สักหน่อย แต่ก็แปลก ที่เวลานึกเรื่องที่จะเขียนทีไร มันก็นึกออกอยู่แต่เรื่องพรรนี้ เคยนะไม่ใช่ว่าไม่เคย เคยคิดที่จะเขียนเรื่องดี ๆเรื่องรื่นรมย์ เรื่องสนุก ๆ แต่พอตั้งต้นไปได้หน่อยมันก็ตันมันก็ตื้อพาลนึกไม่ออก แต่พอนึงเรื่องแนวนี้ก็เขียนออกมาได้อย่างน้ำไหลไฟดับ มันก็แปลกดี เฮ้อ ทำเป็นตัวอมทุกข์ไปได้ เหอะ ๆๆๆ อ่ะ ๆ คราวนี้มาลองพูดเรื่องดี ๆที่ผ่าน ๆมาดูมั่ง เมื่อวันงาน Thanks พี่ ยังมีน้องมาให้ของเราด้วยแฮะ แก่ปูนนี้แล้วยังจะมาให้อีก แต่ก็ขอบคุณมาก ๆเน้อ ตอนแรกก็ไม่ได้กะว่าจะได้ เข้าไปถ่ายรูปโปรดักชันละครของนิน ไปถึงปุ๊บ ไอ้แอนก็เดินเอาของมาให้ เป็นสายคล้องมือถือ อีกแป๊บนึง ก็มีไอ้จ๋า ( น้องชมรม ) เอาซูกัสมาให้ กินมันต่อหน้าเลย 555 พอคุยกะไอ้จ๋าได้พักนึงไอ้ดล กะไอ้เปิ้ล ตะโกนเซอร์ไพรซ์มาแต่ไกลเลย ไอ้เราก็งง อะไรหว่า พอมันเดินมาถึงมันก็เอาของมาให้เป็นแก้ว ที่ไปซื้อมา ตอนงานองค์พระ ตอนไปซื้อ ไอ้เปิลมันหลอกให้เราเลือกแล้วบอกว่าจะเอาไปให้พี่มัน เราก็เลือกไปแก้วสีฟ้า ( อักษร ) สีเหลือง ( วิดยา ) เห็นมันน่ารักดี สรุปแล้วเราได้เองเฉย แถมยังมีการ์ดมาเยาะเย้ยอีกนะว่า " เลือกเองก็ถูกใจเองอย่างงี้แหละ " เหอะ ๆๆ แต่ยังไง ๆก็ขอบคุณมาก ๆเน้อ เสร็จสรรพรับของ ไอ้แอนเดินมาอีกแล้วเอาไมล์ดดี้มาให้อีกสองชิ้น จะขุนกันไปถึงไหนเนี่ย 555 พอตกค่ำเข้าโปรซ้อมละครอยู่ ไอ้ดลก็มาอีกแล้ว เอาตุ๊กตาอาถรรพ์สีฟ้ามาให้ อีกรอบถามมันว่าให้แล้วทำไมมาให้อีกไอ้ดลบอกว่า แก้วเป็นของที่หารกันให้ แต่อันนี้ให้เอง เออเว้ย มีงี้ด้วย เหอะๆๆๆ สรุปปีนี้ก็ยังได้ของเหมือนเดิมเหอะ ๆๆๆๆ แบบนี้ต้องสวดยะถาสัพพีให้ศีลให้พรกันไหมเนี่ย 555 ขอบใจมากเน้อน้อง ๆทุกคน สำหรับคนที่อ่านอันนี้ก่อนให้ไปอ่านอันข้างล่างที่เขียนวันเดียวกันด้วยไม่งั้นงอน วันนี้บ้าแฮะเขียนบล็อกสองครั้งในวันเดียวเหอะๆๆ |
|
|